1. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการเคารพในสิทธิและมีหน้าที่ในการดูแล รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้ถือหุ้นนั้น จะเป็นรายย่อย หรือชาวต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิและความเท่าเทียมกัน ดังนี้ |
1.1 |
สิทธิในการได้รับใบหุ้น โอนหุ้นและสิทธิในการรับทราบข้อมูล ผลการดำเนินงาน นโยบายการบริหารงาน อย่างสม่ำเสมอและทันเวลา |
1.2 |
สิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไรร่วมกันอย่างเท่าเทียม |
| 1.3 |
สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และร่วมพิจารณาตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่าง ๆ |
| 1.4 |
สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการบริษัท |
นอกจากนี้แล้ว ผู้ถือหุ้นทุกรายยังได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
|
การประชุมผู้ถือหุ้น
บริษัทมีนโยบายที่จะดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัทและแนวทางการประชุมผู้ถือหุ้น ที่กำหนดโดย หน่วยงานกำกับดูแล ทั้งนี้บริษัทฯ มีนโยบายเผยแพร่ข้อมูลการประชุมและเอกสารประกอบวาระการประชุมใน website ของบริษัท ก่อนที่จะต้องจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนวันประชุม พร้อมทั้งเปิดเผยรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นใน website ให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบภายใน 14 วันหลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้นแล้วเสร็จ
ในการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิและความเท่าเทียมกัน ในการรับทราบสารสนเทศ การแสดงความเห็น และตั้งคำถามใดๆ ต่อที่ประชุม ตามระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่เสนอ โดยประธานที่ประชุมมีหน้าที่จัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสม และส่งเสริม ให้มีการแสดงความเห็น และซักถาม ในที่ประชุม
การประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ให้แต่งตั้งกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้รับมอบอำนาจ แทนผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าประชุม และแจ้งไว้ ในหนังสือนัดประชุม ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนแยก สำหรับแต่ละวาระที่เสนอ คณะกรรมการต้องไม่รวมเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แล้วเสนอขออนุมัติ รวมเป็นมติเดียว
ในการประชุมผู้ถือหุ้นสมควรให้กรรมการบริษัททุกคน โดยเฉพาะประธานกรรมการบริษัท และประธานคณะกรรมการชุดย่อยเข้าร่วมประชุม เพื่อตอบคำถาม ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกคราวไป
|
|
|
2. บทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ และมีนโยบายที่จะดูแลให้ความมั่นใจ โดยจัด ลำดับความสำคัญแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ตลอดจนสาธารณชนและสังคมโดยรวมอย่างเหมาะสม และให้มีการร่วมมือกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน กลุ่มต่างๆ ตามบทบาทและหน้าที่ เพื่อให้กิจการของบริษัทดำเนินไปด้วยดี มีความมั่นคง และตอบ สนองผลประโยชน์ที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
|
| |
|
หมวด 3
การเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส
|
| |
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส |
| |
1 |
คณะกรรมการมีหน้าที่ในการเปิดเผยสารสนเทศทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทั่วถึง และทันเวลา เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทได้รับสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกัน |
2 |
กำหนดให้มีหน่วยงานผู้ลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เพื่อเป็นตัวแทนบริษัทในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ ให้ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลของบริษัท |
3 |
บริษัทมีนโยบายเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญต่อสาธารณชน ดังนี้ |
| |
3.1 |
วัตถุประสงค์ของบริษัท |
3.2 |
ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัท โครงสร้างการถือหุ้น และสิทธิในการออกเสียง |
| 3.3 |
รายชื่อกรรมการ อนุกรรมการชุดต่างๆ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และค่าตอบแทน |
| 3.4 |
ปัจจัยและนโยบายเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ และสามารถมองเห็นได้ ทั้งที่เกี่ยวกับการดำเนินงานและการเงิน (Material foreseeable risk factors) |
| 3.5 |
นโยบายและโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance structures and policies) รวมทั้งความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการ ในการรายงานทางการเงิน และรายงานของประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นต้น |
| 3.6 |
เปิดเผยในรายงานประจำปีเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่กรรมการ และ / หรืออนุกรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม โดยเปรียบเทีย บกับจำนวนครั้ง ของการประชุมคณะกรรมการ และ/ หรือคณะอนุกรรมการในแต่ละปี |
| 3.7 |
เปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนดโดยกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง |
|
| |
หมวด 4
การควบคุมและบริหารความเสี่ยง
|
1. การควบคุมภายใน (Internal Control)
คณะกรรมการต้องจัดให้มี และรักษาไว้ซึ่งระบบควบคุมภายในเพื่อปกป้องเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น และทรัพย์สินของบริษัท
คณะกรรมการมีหน้าที่สอบทานความมีประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน อย่างน้อยปีละครั้ง และรายงานให้ผู้ถือหุ้นทราบ ว่าได้กระทำการดังกล่าว แล้ว การสอบทานต้องครอบคลุมในทุกเรื่อง รวมทั้งการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Controls) และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) |
2. การตรวจสอบภายใน
ให้บริษัทจัดตั้งสำนักตรวจสอบภายใน เป็นหน่วยงานหนึ่งในบริษัท และรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบในการปฏิบัติงาน และต่อผู้บริหาร ระดับสูงสุด ในการบริหารงานทั่วไป มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบและประเมินระบบการควบคุมภายใน ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบการกำกับดูแลกิจการ |
3. การบริหารความเสี่ยง Risk Management
บริษัทมีนโยบายที่จะบริหารความเสี่ยงต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อบริษัท ทั้งปัจจัยภายในและภาย นอกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและยอมรับได้ โดยมี คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ซึ่งมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน และมีผู้บริหารที่เป็นตัวแทนของทุกฝ่าย ในบริษัทเป็นกรรมการ เพื่อดำเนินการประเมินและสอบทานผลการประเมินความเสี่ยงจากหน่วยงานต่างๆ รายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ตลอดจนทบทวนและนำเสนอนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง เพื่อการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการ อย่างน้อยปีละครั้ง
การบริหารความเสี่ยงถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำ Business Plan ประจำปี เพื่อให้การกำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงนั้น สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนกลยุทธ์ต่างๆ ของบริษัท ทั้งนี้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนในบริษัท เป็นเจ้าของความเสี่ยง และมีหน้าที่ในการประเมิน ความเสี่ยงของแต่ละหน่วยงาน และกระบวนการทำงาน ประเมินประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมที่มีอยู่ และนำเสนอแผนและวิธีการ ในการลดความเสี่ยง ต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท
|
|