blank
หมวดที่ 2
สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นและบทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย
 

1. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น

     คณะกรรมการเคารพในสิทธิและมีหน้าที่ในการดูแล รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าผู้ถือหุ้นนั้น จะเป็นรายย่อย หรือชาวต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิและความเท่าเทียมกัน ดังนี้
1.1
สิทธิในการได้รับใบหุ้น โอนหุ้นและสิทธิในการรับทราบข้อมูล ผลการดำเนินงาน นโยบายการบริหารงาน อย่างสม่ำเสมอและทันเวลา
1.2
สิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไรร่วมกันอย่างเท่าเทียม
1.3
สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และร่วมพิจารณาตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่าง ๆ
1.4
สิทธิในการแต่งตั้งกรรมการบริษัท

นอกจากนี้แล้ว ผู้ถือหุ้นทุกรายยังได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การประชุมผู้ถือหุ้น

      บริษัทมีนโยบายที่จะดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัทและแนวทางการประชุมผู้ถือหุ้น ที่กำหนดโดย หน่วยงานกำกับดูแล ทั้งนี้บริษัทฯ มีนโยบายเผยแพร่ข้อมูลการประชุมและเอกสารประกอบวาระการประชุมใน website ของบริษัท ก่อนที่จะต้องจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า 14 วันก่อนวันประชุม พร้อมทั้งเปิดเผยรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นใน website ให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบภายใน 14 วันหลังจากวันประชุมผู้ถือหุ้นแล้วเสร็จ

ในการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิและความเท่าเทียมกัน ในการรับทราบสารสนเทศ การแสดงความเห็น และตั้งคำถามใดๆ ต่อที่ประชุม ตามระเบียบวาระการประชุม และเรื่องที่เสนอ โดยประธานที่ประชุมมีหน้าที่จัดสรรเวลาให้อย่างเหมาะสม และส่งเสริม ให้มีการแสดงความเห็น และซักถาม ในที่ประชุม

การประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ให้แต่งตั้งกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้รับมอบอำนาจ แทนผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าประชุม และแจ้งไว้ ในหนังสือนัดประชุม ผู้ถือหุ้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนแยก สำหรับแต่ละวาระที่เสนอ คณะกรรมการต้องไม่รวมเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แล้วเสนอขออนุมัติ รวมเป็นมติเดียว

ในการประชุมผู้ถือหุ้นสมควรให้กรรมการบริษัททุกคน โดยเฉพาะประธานกรรมการบริษัท และประธานคณะกรรมการชุดย่อยเข้าร่วมประชุม เพื่อตอบคำถาม ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกคราวไป

2. บทบาทต่อผู้มีส่วนได้เสีย

      บริษัทตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ และมีนโยบายที่จะดูแลให้ความมั่นใจ โดยจัด ลำดับความสำคัญแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ตลอดจนสาธารณชนและสังคมโดยรวมอย่างเหมาะสม และให้มีการร่วมมือกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน กลุ่มต่างๆ ตามบทบาทและหน้าที่ เพื่อให้กิจการของบริษัทดำเนินไปด้วยดี มีความมั่นคง และตอบ สนองผลประโยชน์ที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

   
หมวด 3
การเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส
 

บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการเกี่ยวกับการเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส

 
1
คณะกรรมการมีหน้าที่ในการเปิดเผยสารสนเทศทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทั่วถึง และทันเวลา เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทได้รับสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกัน
2
กำหนดให้มีหน่วยงานผู้ลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เพื่อเป็นตัวแทนบริษัทในการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ ให้ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลของบริษัท
3
บริษัทมีนโยบายเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญต่อสาธารณชน ดังนี้
 
3.1
วัตถุประสงค์ของบริษัท
3.2
ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัท โครงสร้างการถือหุ้น และสิทธิในการออกเสียง
3.3 รายชื่อกรรมการ อนุกรรมการชุดต่างๆ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และค่าตอบแทน
3.4 ปัจจัยและนโยบายเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงที่สำคัญ และสามารถมองเห็นได้ ทั้งที่เกี่ยวกับการดำเนินงานและการเงิน (Material foreseeable risk factors)
3.5
นโยบายและโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance structures and policies) รวมทั้งความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการ ในการรายงานทางการเงิน และรายงานของประธานคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นต้น
3.6
เปิดเผยในรายงานประจำปีเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่กรรมการ และ / หรืออนุกรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุม โดยเปรียบเทีย บกับจำนวนครั้ง ของการประชุมคณะกรรมการ และ/ หรือคณะอนุกรรมการในแต่ละปี
3.7 เปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนดโดยกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
 
หมวด 4
การควบคุมและบริหารความเสี่ยง

1. การควบคุมภายใน (Internal Control)

     คณะกรรมการต้องจัดให้มี และรักษาไว้ซึ่งระบบควบคุมภายในเพื่อปกป้องเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น และทรัพย์สินของบริษัท
     คณะกรรมการมีหน้าที่สอบทานความมีประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน อย่างน้อยปีละครั้ง และรายงานให้ผู้ถือหุ้นทราบ ว่าได้กระทำการดังกล่าว แล้ว การสอบทานต้องครอบคลุมในทุกเรื่อง รวมทั้งการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Controls) และการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

2. การตรวจสอบภายใน

     ให้บริษัทจัดตั้งสำนักตรวจสอบภายใน เป็นหน่วยงานหนึ่งในบริษัท และรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบในการปฏิบัติงาน และต่อผู้บริหาร ระดับสูงสุด ในการบริหารงานทั่วไป มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบและประเมินระบบการควบคุมภายใน ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบการกำกับดูแลกิจการ

3. การบริหารความเสี่ยง Risk Management

      บริษัทมีนโยบายที่จะบริหารความเสี่ยงต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อบริษัท ทั้งปัจจัยภายในและภาย นอกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและยอมรับได้ โดยมี คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ซึ่งมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน และมีผู้บริหารที่เป็นตัวแทนของทุกฝ่าย ในบริษัทเป็นกรรมการ เพื่อดำเนินการประเมินและสอบทานผลการประเมินความเสี่ยงจากหน่วยงานต่างๆ รายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ตลอดจนทบทวนและนำเสนอนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง เพื่อการพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการ อย่างน้อยปีละครั้ง

     การบริหารความเสี่ยงถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำ Business Plan ประจำปี เพื่อให้การกำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงนั้น สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนกลยุทธ์ต่างๆ ของบริษัท ทั้งนี้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนในบริษัท เป็นเจ้าของความเสี่ยง และมีหน้าที่ในการประเมิน ความเสี่ยงของแต่ละหน่วยงาน และกระบวนการทำงาน ประเมินประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมที่มีอยู่ และนำเสนอแผนและวิธีการ ในการลดความเสี่ยง ต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท

Next >