blank

บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
(Good Corporate Governance Policy)

      บริษัทมีความเชื่อมั่นว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ประกอบไปด้วย ระบบการบริหารจัดการที่ดี การมีคณะกรรมการและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีกลไกการควบคุมและการถ่วงดุลอำนาจเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ การเคารพในสิทธิความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในระยะยาว

     บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการและได้เริ่มถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2547 และได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยเป็นประจำทุกปี การปรับปรุงนี้เป็นครั้งที่ 4 คณะกรรมการได้พิจารณาปรับปรุงเพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้มีมาตรฐานสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลที่ดีและตามที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแล นโยบายฯ ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัท
  2. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และบทบาทต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  3. การเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส
  4. การควบคุมและบริหารความเสี่ยง
  5. จรรยาบรรณ

     ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่   21  มีนาคม 2550   เป็นต้นไป 

 

 
หมวดที่ 1
คณะกรรมการบริษัท
 

1. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

     คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นที่จะให้ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นองค์กรชั้นนำของคนไทย ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบริษัทหนึ่งในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจที่มีความหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและด้วยบุคลากรที่ล้วนแต่มีความสามารถและมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ และกลยุทธ์

     คณะกรรมการมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีความอิสระในการตัดสินใจและรับผิดชอบตามหน้าที่ ในการกำกับดูแลกิจการ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อผู้ถือหุ้น โดยรวม
     คณะกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ที่จะกำกับดูแลการบริหารงานของฝ่ายบริหาร และมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่าง คณะกรรมการ และฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน

2. องค์ประกอบของคณะกรรมการ การแต่งตั้ง และความเป็นอิสระ

2.1
คณะกรรมการบริษัทควรประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์หลากหลายในสาขาต่างๆ และมีจำนวนกรรมการอย่างเพียงพอ ที่จะกำกับดูแล ธุรกิจของบริษัท กล่าวคือควรมีจำนวนกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 5 คนตามกฎหมายและไม่เกิน 12 คน โดยอย่างน้อยหนึ่งคน ให้เป็นผู้มี ประสบการณ์ด้านกิจการโทรคมนาคมและอย่างน้อยหนึ่งคนมีประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน
2.2
คณะกรรมการควรเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดโดยรวม มิใช่เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
2.3
คณะกรรมการ ให้ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระอย่างน้อยหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้ง คณะ และมีจำนวนอย่างน้อย 3 คน และมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร อย่างน้อยกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งคณะ เพื่อให้มีการถ่วงดุลระหว่างกรรมการ ที่ไม่เป็นผู้บริหาร กับกรรมการ ที่เป็นผู้บริหาร
2.4
คณะกรรมการมีนโยบายให้มีจำนวนกรรมการให้เป็นไปตามสัดส่วนอย่างยุติธรรมของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม (Controlling shareholders) ในบริษัท
2.5
การแต่งตั้งกรรมการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัท และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน ในการสรรหา กรรมการ ให้ดำเนินการผ่านกระบวนการคณะอนุกรรมการสรรหา และการพิจารณาจะต้องมีประวัติการศึกษา และประสบการณ์การประกอบวิชาชีพ ของบุคคลนั้นๆ โดยมีรายละเอียดที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น
2.6
กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจถูกเลือกเข้ามา ดำรงตำแหน่งใหม่อีก ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ยกเว้น กรรมการอิสระให้มีวาระการดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระหรือไม่เกิน 9 ปี

3. ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร

3.1
ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และคุณสมบัติที่เหมาะสม ไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจ โดยแยกหน้าที่การกำกับ ดูแล และการบริหารงานออกจากกัน
3.2
ประธานกรรมการบริษัทเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร เป็นผู้นำของคณะกรรมการ และมีหน้าที่ในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้น
3.3
ประธานกรรมการบริหาร เป็นหัวหน้าและผู้นำคณะผู้บริหารของบริษัท รับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท ในการกำกับดูแลผู้บริหารของบริษัท ในการบริหารจัดการ เพื่อให้บรรลุตามแผนที่วางไว้

4. คุณสมบัติของคณะกรรมการ

4.1
กรรมการต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และมีเวลาอย่างเพียงพอที่จะอุทิศความรู้ ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทได้
4.2
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
4.3
กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ แต่ทั้งนี้ในการเป็นกรรมการดังกล่าว ต้องไม่เป็นอุปสรรค ต่อการปฏิบัติหน้าที่ กรรมการของบริษัท
4.4
กรรมการอิสระ ต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามแนวทางเดียวกันกับคุณสมบัติ ของกรรมการตรวจสอบ ตามประกาศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงาน ของคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นทุกราย ได้เท่าเทียมกัน และไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นอกจากนั้นยังต้องสามารถเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการบริษัท โดยให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระได้
   
กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
   
4.4.1
ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของทุนชำระแล้วของบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือ บริษัทที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
4.4.2

เป็นกรรมการที่ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารงานในบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม บริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

เป็นกรรมการที่ไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม บริษัทที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

4.4.3

เป็นกรรมการที่ไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งในด้านการเงิน และการบริหารงานของบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วม หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

เป็นกรรมการที่ไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย ในลักษณะข้างต้นมาก่อนในระยะเวลา 1 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบ เว้นแต่คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เห็นว่าการเคยมีผลประโยชน์ หรือส่วนได้ส่วนเสียนั้น จะไม่มีผลกระทบ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ และการให้ความเห็นที่เป็นอิสระ

4.4.4
เป็นกรรมการที่ไม่ใช่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือญาติสนิทของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
4.4.5
เป็นกรรมการที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นตัวแทน เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
4.4.6.
สามารถปฏิบัติหน้าที่แสดงความเห็นหรือรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท รวมทั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว

5. หน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญของคณะกรรมการ

5.1
ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของบริษัท
5.2
กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย และทิศทางการดำเนินงานของบริษัทและกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้น
5.3
พิจารณาอนุมัติหรือเสนอต่อผู้ถือหุ้น(ถ้ามี)รายการที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย เช่น โครงการลงทุนธุรกิจใหม่ , การซื้อขายทรัพย์สิน ฯลฯ และการ ดำเนินการใดๆ ที่กฎหมายกำหนด
5.4

พิจารณาอนุมัติและหรือให้ความเห็นชอบต่อราย การที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทและบริษัทย่อยให้เป็นไป ตามประกาศ ข้อกำหนด และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

5.5
จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงินและการสอบบัญชีที่เชื่อถือได้ รวมทั้งดูแลให้มีกระบวนการในการประเมินความเหมาะสม ของการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภาย ในให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การบริหารจัดการความเสี่ยง การรายงานทางการเงิน และการติดตามผล
5.6 ดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท และอนุมัติรายการที่เกี่ยวข้อง และรายการขัดแย้ง ทางผลประโยชน์
5.7 กำกับดูแลกิจการให้มีการปฏิบัติงานและดำเนินการ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมีจริ ยธรรม
5.8 ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท และประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.9 การประเมินผลงานของคณะกรรมการทั้งชุดประจำทุกปี
5.10
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งบุคคลอื่นใด ให้ดำเนินกิจการของบริษัทภายใต้การควบคุมของคณะ กรรมการ หรืออาจมอบอำนาจ เพื่อให้บุคคลดังกล่าว มีอำนาจตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร และภายในเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร และคณะกรรมการอาจยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ ก็ได้ ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าว ต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจ หรือมอบอำนาจช่วงที่ทำ ให้คณะกรรมการ หรือ ผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการ สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรือมีความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ อื่นใด (ตามที่สำนักงาน กลต. ประกาศกำหนด) ทำกับบริษัท หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบาย และหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติไว้แล้ว
5.11 คณะกรรมการกำหนดให้ กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่ต้องจัดทำ และส่งรายงานการถือหลักทรัพย์ของตน ของคู่สมรส และของบุตร ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในบริษัทมหาชนจำกัดที่ตนเป็นผู้บริหารนั้นต่อสำนักงาน กลต. ตามแบบ 59-1 และแบบ 59-2 ภายในเวลาที่กำหนดตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 14/2540

6. การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย

     ให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและกลั่นกรองงานของคณะกรรมการ ดังนี้
 
6.1 คณะกรรมการตรวจสอบ
     คณะกรรมการตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ โดยได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท มีจำนวนอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คน ต้องมีความรู้ด้านบัญชี/ การเงิน โดยกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงาน ของคณะกรรมการตรวจสอบ และมีคุณสมบัติของการเป็นกรรมการ อิสระตามนโยบายการกำกับดูแล กิจการฉบับที่เป็นปัจจุบัน โดยมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 
6.1.1
สอบทานร่วมกับฝ่ายจัดการ และผู้สอบบัญชี ให้บริษัทมีรายงานทางการเงินถูกต้องตามควร ตามมาตรฐานการบัญชี และมีการเปิดเผยอย่างเพียงพอ
6.1.2
เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชี และการกำหนดอำนาจอนุมัติทาง การเงินของคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ ต่อคณะกรรมการบริษัท
6.1.3 สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล
6.1.4 สอบทานให้บริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6.1.5
พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้ง และเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท ตลอดจน พิจารณาอนุมัติ แผนการตรวจสอบ ของผู้สอบบัญชี และประชุมกับผู้สอบบัญชีภายนอกอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
6.1.6 สอบทาน และให้ความเห็นต่อนโยบายการว่าจ้างผู้สอบบัญชี ให้ให้บริการงานด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ
6.1.7
สอบทานการทำงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
6.1.8
สอบทาน และให้ความเห็นต่อการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่มีสาระสำคัญ รวมทั้งพิจารณา การเปิดเผยข้อมูล ในเรื่องดังกล่าวให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน
6.1.9
สอบทาน และให้ความเห็นในการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจสอบภายใน และประสานงานกับผู้สอบบัญชี
6.1.10
มีอำนาจให้ฝ่ายจัดการ ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือ ตามที่จำเป็นแก่ผู้สอบบัญชี และผู้ตรวจสอบภายใน
6.1.11
จัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี ของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าว ต้องลงนาม โดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
6.1.12
พิจารณา และประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของผู้จัดการสำนักตรวจสอบภายใน
6.1.13
พิจารณา และอนุมัติกฎบัตรของสำนักตรวจสอบภายใน แผนการตรวจสอบประจำปี งบประมาณ และอัตรากำลังของสำนักตรวจสอบภายใน ตลอดจนความพอเพียงของงานการตรวจสอบภายใน
6.1.14
รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่าง น้อยปีละ 4 ครั้ง
6.1.15
พิจารณาทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เป็นประจำทุกปี
6.1.16
ปฏิบัติการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
6.1.17
สามารถเข้าถึง ติดต่อ และได้รับความร่วมมือจากฝ่ายจัดการ
6.1.18
มีอำนาจเชิญให้ฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท หรือบุคคลภายนอกมาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุม หรือจัดหาเอกสาร ที่จำเป็น
6.1.19
สามารถเข้าถึงผู้สอบบัญชีของบริษัทได้โดยตรง เพื่อดำเนินการสอบสวนเรื่องที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน
6.1.20
ให้มีอำนาจว่าจ้างที่ปรึกษา หรือบุคคลภายนอกตามระเบียบของบริษัทมาให้ความเห็นหรือคำปรึกษาในกรณีจำเป็น ด้วยค่าใช้จ่าย ของบริษัท ( ประเภทไม่มีงบประมาณตั้งไว้) ในอำนาจอนุมัติไม่เกินระดับที่กรรมการผู้จัดการ สามารถกระทำได้
6.2
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
 
      คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 
6.2.1
กำหนดค่าตอบแทนที่จำเป็นและเหมาะสม ทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงิน เพื่อจูงใจและรักษาคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในแต่ละปี
6.2.2
จัดทำหลักเกณฑ์และนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณาอนุมัติ และหรือนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ ตามแต่กรณี
6.2.3
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน รับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท และมีหน้าที่ให้คำ ชี้แจง ตอบคำถามเกี่ยวกับค่าตอบแทน ของกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
6.2.4
รายงานนโยบายด้านค่าตอบแทนกรรมการ หลักการ / เหตุผลและวัตถุประสงค์ของนโยบาย เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี
6.2.5 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
6.3 คณะอนุกรรมการสรรหา  
 

     คณะอนุกรรมการสรรหาประกอบไปด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คนต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

 
6.3.1
กำหนดหลักเกณฑ์และนโยบายในการสรรหาคณะกรรมการและกรรมการชุดย่อยของบริษัท
6.3.2
พิจารณาสรรหากรรมการ และกรรมการชุดย่อย โดยพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ เพื่อเสนอคณะกรรมการ บริษัทพิจารณาอนุมัติ และหรือเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
6.3.3
พิจารณาสรรหาผู้ที่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ในกรณีที่มีตำแหน่ง ว่างลง รวมทั้งหลักเกณฑ์ ในการสืบทอดตำแหน่ง ผู้บริหารระดับสูง
6.3.4 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

7. คณะกรรมการบริหาร

    คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยประธานกรรมการบริหาร กรรมการหรือผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้ง
    คณะกรรมการมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการบริหาร ดังนี้
 
7.1
กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และโครงสร้างการบริหารงานหลัก ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ที่กำหนดให้สอดคล้อง และสนับสนุน ต่อสภาพทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่ได้กำหนดและแถลงไว้ต่อผู้ถือหุ้น เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ
7.2
กำหนดแผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจการบริหารต่างๆ ของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ
7.3
ตรวจสอบ ติดตามการดำเนินนโยบาย และแนวทางการบริหารงานด้านต่างๆ ของบริษัท ที่กำหนด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อสภาพการดำเนินธุรกิจ
7.4
ตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทท ี่กำหนด ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับอนุมัติไว้
7.5
พิจารณาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทที่กำหนด
7.6
มีอำนาจในการอนุมัติการดำเนินงานทางการเงิน ในวงเงินไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด โดยที่คณะกรรมการบริหาร อาจมอบอำนาจช่วง ให้ผู้บริหารหรือบุคคลใด บุคคลหนึ่ง มีอำนาจในการดำเนินการ ในเรื่องใดเรื่องเรื่องหนึ่ง หรือหลายเรื่องตามที่คณะกรรมการ บริหารพิจารณา เห็นสมควรได้ การอนุมัติรายการของคณะกรรมการบริหาร และหรือการมอบอำนาจช่วง ต้องไม่เป็นการอนุมัติรายการ ที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการ ที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่คณะกรรมการมีส่วนได้เสีย ตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัท และตามที่กำหนด โดยหน่วยงานกำกับดูแล
7.7
จัดส่งรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทและให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกเดือน
7.8 ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายเป็นคราวๆ ไป

8. การประชุมคณะกรรมการ

    คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี โดยกำหนดวันประชุมไว้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี และอาจมีการประชุมวาระพิเศษ เพิ่มตามความจำเป็น ในการจัดประชุมคณะกรรมการ ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหารจะเป็นผู้ดูแลให้ความเห็นชอบ กำหนดวาระการประชุม เลขานุการคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่จัดส่งหนังสือเชิญประชุม พร้อมระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุม ไปให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษามาก่อนล่วงหน้า

    ประธานกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม มีหน้าที่ดูแลและจัดสรรเวลาแต่ละวาระ ให้อย่างเพียงพอ สำหรับกรรมการที่จะอภิปราย แสดงความคิดเห็น อย่างเป็นอิสระในประเด็นที่สำคัญ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม รวมทั้งให้ฝ่ายบริหาร ที่เกี่ยวข้อง นำเสนอข้อมูลประกอบการอภิปรายปัญหาสำคัญ

    เลขานุการคณะกรรมการทำหน้าที่ ในการจดบันทึกและจัดทำรายงานการประชุม ภายใน 14 วัน จัดเก็บรายงานการประชุม เอกสารประกอบการประชุม สนับสนุนติดตาม ให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

9. การประชุมคณะกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร

    คณะกรรมการกำหนดให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีการประชุมกันเองตามความเหมาะสม โดยไม่มีกรรมการ ที่เป็นผู้บริหาร หรือฝ่ายบริหาร เข้าร่วมการประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้อภิปรายปัญหาต่างๆ ทั้งที่ เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ เรื่องที่อยู่ในความสนใจและให้มีการรายงาน ผลการประชุม ให้ประธานกรรมการบริหารและคณะกรรมการทราบ

    ในการประชุมให้ประธานกรรมการเป็นประธาน ของการประชุม หากประธานกรรมการ ไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ ให้ที่ประชุมคัดเลือกกรรมการ หนึ่งท่าน เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมแทน และให้เลขานุการคณะกรรมการ เป็นเลขานุการของการประชุม ของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

10. แผนการสืบทอดตำแหน่ง

     คณะกรรมการกำหนดให้มีแผนการสืบทอดตำแหน่งของประธานกรรมการบริหาร และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่น ให้กับผู้ลงทุน องค์กร ตลอดจนพนักงานว่าการดำเนินงานของบริษัทจะได้รับการสานต่ออย่างทันท่วงที

     คณะกรรมการมอบหมายให้คณะอนุกรรมการสรรหาทำหน้าที่พิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์ และแผนการสืบทอดตำแหน่ง หากตำแหน่งประธานกรรมการ บริหารและผู้บริหารระดับสูงว่างลง รวมทั้งจัดให้มีการทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่ง เป็นประจำทุกปี และให้ประธานกรรมการบริหารรายงาน ให้คณะกรรมการ เพื่อทราบเป็นประจำถึงแผนการพัฒนาและสืบทอดตำแหน่งงาน

11. การติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร

     กรรมการสามารถเข้าถึงและติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร และเลขานุการคณะกรรมการ ได้โดยตรงตามความเหมาะสม แต่การเข้าถึงและติดต่อสื่อสารนั้น ต้องไม่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซง ต่อการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท

12. ค่าตอบแทนของกรรมการ

     ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท จะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และเมื่อเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับอุตสาหกรรมเดียวกัน แล้ว ค่าตอบแทน ดังกล่าวควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพียงพอที่จะจูงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพไว้ ทั้งนี้ ให้คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้พิจารณา กลั่นกรองและเสนอค่าตอบแทนของกรรมการ ในแต่ละปีเพื่อให้คณะกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ

13. การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

     กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่แต่ละท่านจะต้องได้รับทราบข้อมูลของบริษัท กฎระเบียบและข้อมูลธุรกิจของบริษัท ที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ และจัดให้กรรมการได้รับการอบรม และพัฒนาความรู้ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่ และกำกับดูแลกิจการ ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

14. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

      ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการ (Self Assessment) เป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นกรอบในการตรวจสอบ การปฏิบัติงาน ในหน้าที่ของคณะกรรมการว่าได้ดำเนินการ ตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ได้อนุมัติไว้ และ / หรือตามแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practices) หรือไม่ เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการ ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนดไว้

 

Next >