กรุณานำส่งหนังสือมอบฉันทะมาในวันประชุม เพื่อความรวดเร็วในการลงทะเบียน
ที่ CSL-AGM-2010
ทะเบียนเลขที่
0107546000377 |
| |
|
เรื่อง |
ขอเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 |
เรียน |
ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) |
|
|
สิ่งที่ส่งมาด้วย |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
8. รายละเอียดของกรรมการอิสระ
|
|
9. คำชี้แจงเรื่องเอกสารและหลักฐานแสดงความเป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้แทนของผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม
---และออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น |
| |
10. ข้อบังคับบริษัทที่เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้น |
| |
11. ขั้นตอนการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น |
| |
12. แผนสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้น |
ด้วยคณะกรรมการบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด ( มหาชน) ( บริษัท) ได้มีมติให้เรียกประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 ในวันพุธที่ 7 เมษายน 2553 เวลา 10 .00 น. ณ ห้อง Auditorium ชั้น 9 อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 เลขที่ 1010 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยมีระเบียบวาระการประชุมดังนี้
|
| |
วาระที่ 1 |
เรื่องแจ้งเพื่อทราบ |
วาระที่ 2 |
พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552
ความเป็นมา บริษัทได้จัดทำรายงานการประชุมและได้ส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในกำหนดระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งเผยแพร่ทางเว็บไซด์ของบริษัท
(www.csloxinfo.com) แล้ว
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการเห็นว่าได้มีการบันทึกรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 ไว้อย่างถูกต้อง และครอบคลุมประเด็นสำคัญทั้งหมดตามความเป็นจริง จึงเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นรับรองรายงานการประชุมครั้งดังกล่าว โดยมีรายละเอียดตามสำเนารายงานการประชุม ตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 1
|
วาระที่ 3 |
พิจารณารับรองรายงานของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทประจำปี 2552
ความเป็นมาเพื่อให้ผู้ถือหุ้น ได้รับทราบข้อมูลการประกอบกิจการของบริษัท เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา และ / หรือตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุน บริษัทได้สรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในรอบปี 2552 ดังปรากฏอยู่ในรายงานประจำปี 2552 ตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 2
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท
ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัทได้สอบทานความถูกต้องของข้อมูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีความเห็นว่ารายงานมีความครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ จึงเห็นสมควรเสนอรายงานประจำปี 2552 ซึ่งสรุปผลการดำเนินงานของบริษัท และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งเกิดขึ้นในรอบปี 2552 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับรอง รายละเอียดปรากฏตามรายงานประจำปีของบริษัท ตาม
สิ่งที่ส่งมาด้วย 2
|
วาระที่ 4 |
พิจารณาอนุมัติงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด ประจำปี 2552 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552
ความเป็นมา พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดกำหนดให้บริษัทต้องจัดทำงบดุลและงบกำไรขาดทุนประจำปี สิ้นสุด ณ รอบปีบัญชีของบริษัท ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว และเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ
ิ
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท เห็นสมควรเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านการตรวจสอบและลงนามรับรองจากผู้สอบบัญชีของบริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทแล้ว ซึ่งแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2552 ที่ผ่านมา โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
งบดุลและงบกำไรขาดทุนรวมของบริษัทและบริษัทย่อย (งบรวม) มีดังนี้
| |
สินทรัพย์รวม |
1,983
|
ล้านบาท |
| |
หนี้สินรวม |
935
|
ล้านบาท |
| |
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม |
1,048 |
ล้านบาท |
| |
รายได้รวม |
2,614 |
ล้านบาท |
| |
กำไรจากการดำเนินงาน |
391 |
ล้านบาท |
| |
กำไรสุทธิ |
287 |
ล้านบาท |
| |
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน |
0.49 |
บาท |
| |
กำไรต่อหุ้นปรับลด |
0.49 |
บาท |
| |
|
|
งบดุลและงบกำไรขาดทุนของบริษัท (งบการเงินเฉพาะกิจการ) มีดังนี้
| |
สินทรัพย์รวม |
1,466 |
ล้านบาท |
| |
หนี้สินรวม |
666 |
ล้านบาท |
| |
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม |
800 |
ล้านบาท |
| |
รายได้รวม |
1,630 |
ล้านบาท |
| |
กำไรจากการดำเนินงาน |
288 |
ล้านบาท |
| |
กำไรสุทธิ |
242 |
ล้านบาท |
| |
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน |
0.42 |
บาท |
| |
กำไรต่อหุ้นปรับลด |
0.41 |
บาท |
โดยมีรายละเอียดปรากฏตามรายงานประจำปีของบริษัท ตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 2
|
วาระที่ 5 |
พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2552
ความเป็นมา
บริษัท มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิของงบการเงิน เฉพาะกิจการหลังหักภาษีและเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทได้กำหนดไว้ หากไม่มีเหตุจำเป็นอื่นใด โดยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและโครงการดำเนินธุรกิจในอนาคตของบริษัทและบริษัทย่อย และการจ่ายเงินปันผลนั้น ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของบริษัท
การจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2551 และปี 2552 เป็นดังนี้
|
|
| รายละเอียดการจ่ายเงินปันผล |
ปี
2552 |
ปี
2551 |
| กำไรสุทธิ ของงบการเงินเฉพาะกิจการ (ล้านบาท) |
241.77
|
382.21 |
| กำไรจากการดำเนินงาน (ล้านบาท) |
287.73 |
457.75 |
| จำนวนหุ้น (ล้านหุ้น) |
587.66 (2) |
577. 69 (1) |
| เงินปันผลทั้งสิ้นต่อหุ้น (บาทต่อหุ้น) |
0.41 |
0.72 |
| รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้นประมาณ (ล้านบาท) |
240.29 |
415.94 |
| สัดส่วนการจ่ายเงินปันผลเทียบกับกำไรสุทธิ (%) |
99.39 |
108.82 |
|
|
(1 )
บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2550 รวมทั้งสิ้น 51.7 ล้านหุ้น (ณ 31 ธันวาคม 2551 หุ้นที่ออกและชำระแล้วมีจำนวน 629.4 ล้านหุ้น หุ้นซื้อคืน 51.7 ล้านหุ้น)
(2 )
บริษัทได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2550 รวมทั้งสิ้น 51.7 ล้านหุ้น (ณ 31 ธันวาคม 2551 หุ้นที่ออกและชำระแล้วมีจำนวน 639.4 ล้านหุ้น หุ้นซื้อคืน 51.7 ล้านหุ้น)
ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุการจ่ายเงินปันผลและนโยบายการจ่ายเงินปันผลไว้ในรายงานประจำปี รายละเอียดปรากฏตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 2 หน้า 4 และ หน้า 137
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท
เห็นสมควรเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2552 จากผลประกอบการงวด 6 เดือนหลัง ในอัตราหุ้นละ 0.27 บาท เป็นเงินประมาณ 158.67 ล้านบาท รวมถึงรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบตามข้อบังคับบริษัท ข้อ 44 ว่าคณะกรรมการได้มีมติเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2552 อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.14 บาท เป็นเงินประมาณ 81.62 ล้านบาท เงินปันผลที่จ่ายสำหรับผลประกอบการปี 2552 รวมเป็นอัตรา 0.41 บาทต่อหุ้น เป็นเงินประมาณ 240.29 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลเป็นวันที่ 19 เมษายน 2553 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 20 เมษายน 2553 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 4 พฤษภาคม 2553
|
วาระที่ 6 |
พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ของบริษัทและกำหนดค่าสอบบัญชี ประจำปี 2553
ความเป็นมา พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดกำหนดให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้อนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าสอบบัญชีของบริษัท สำหรับปี 2553 คณะกรรมการตรวจสอบได้พิจารณา
เสนอให้บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด เป็นสำนักงานสอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย เนื่องจากมีผลการปฏิบัติงานที่ดี มีความเชี่ยวชาญในการสอบบัญชี และมีค่าสอบบัญชีที่เหมาะสม
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท
เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการตรวจสอบที่เสนอแต่งตั้ง บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและบริษัทย่อย ประจำปี 25 53 เป็นปีที่ 3 โดยมีค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีที่สมเหตุสมผล และมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งบุคคลเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทและอนุมัติค่าสอบบัญชี ดังนี้
| 1. นายสุพจน์ สิงห์เสน่ห์ |
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 2826 |
|
| 2. นายวินิจ ศิลามงคล |
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3378 |
|
| 3. นางสาวสมบูรณ์ ศุภศิริภิญโญ |
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 3731 |
|
| 4. นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ |
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเลขที่ 4068 |
|
โดยกำหนดให้ผู้สอบบัญชีคนใดคนหนึ่งข้างต้นเป็นผู้ทำการตรวจสอบ และแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทได้ และในกรณีที่ผู้สอบบัญชีคนใดคนหนึ่งดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ให้ บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด จัดหาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอื่นทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทแทน และควรกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีประจำปี 2553 ภายในวงเงินไม่เกิน 1,650,000 บาท ซึ่ง ค่าตอบแทนดังกล่าวมีจำนวนเท่ากับปี 2552 ตามรายละเอียด ดังนี้
หน่วย : ล้านบาท -----------
| ค่าสอบบัญชีและค่าบริการอื่น |
ปี 2553 (ปีที่เสนอ) |
ปี 2552 |
ค่าสอบบัญชี |
1.65 |
1.65 |
ค่าบริการอื่น |
1.20 |
- |
ค่าสอบบัญชีของบริษัทประจำปี 2553 กำหนดไว้เป็นจำนวนในวงเงินไม่เกิน 1.65 ล้านบาท ( ค่าสอบบัญชีของบริษัทประจำปี 2552 เป็นจำนวน 1.65 ล้านบาท) นอกจากนั้นบริษัทจะมีค่าบริการอื่น ได้แก่ ค่าบริการวิชาชีพสำหรับโครงการยกระดับงบการเงินไปสู่มาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (IFRS conversion) ให้แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกับ KPMG ในปี 2553 ประมาณ 1.2 ล้านบาท ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดทำงบการเงิน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีที่ออกใหม่ หรือที่ปรับปรุงให้เป็นไปตาม IFRS ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2554
ในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีการรับบริการอื่นจากสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด หรือจากบุคคลหรือ กิจการที่เกี่ยวข้อง กับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด
ทั้งนี้ บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชี และผู้สอบบัญชีตามรายชื่อข้างต้น ไม่มีความสัมพันธ์หรือส่วนได้เสียกับบริษัท / ผู้บริหาร / ผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของบุคคลดังกล่าว โดยมีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับประวัติ และประสบการณ์การทำงาน ของผู้สอบบัญชีแต่ละท่านตามรายละเอียดปรากฏตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 3
และนายวินิจ ศิลามงคล ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทในปี 2553 เป็นปีที่สาม
|
วาระที่ 7 |
พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ และกำหนดอำนาจกรรมการ กระทำการแทนบริษัท
7.1 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ความเป็นมา ตามข้อบังคับของบริษัท ข้อ 16 กำหนดว่าในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง กรรมการที่ดำรงตำแหน่ง นานที่สุดจำนวน 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด จะต้องพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ถ้าจำนวนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง ไม่อาจแบ่งออกได้พอดี 1 ใน 3 ให้กรรมการในจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับจำนวน 1 ใน 3 ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามกำหนดวาระอาจถูกเลือกเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ได้ ในปีนี้มีกรรมการ 4 ท่าน ที่พ้นจากตำแหน่งตามกำหนดวาระ คือ
1.
ศ. นพ. วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
|
กรรมการอิสระ |
|
| 2.
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์
|
กรรมการ |
|
| 3.
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีวิชัยกุล
|
กรรมการ |
|
| 4.
นายกฤติยา วีรบุรุษ |
กรรมการ |
|
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัทซึ่งไม่รวมกรรมการผู้มีส่วนได้เสีย ได้พิจารณาโดยรอบคอบ ตามแนวทางการสรรหาที่คณะกรรมการได้กำหนดไว้ และมีมติเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการสรรหา และกำกับดูแลกิจการเสนอ ดังนี้
เลือกตั้งกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ ตามรายชื่อต่อไปนี้
1.
ศ. นพ. วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
|
กรรมการอิสระ |
|
| 2.
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ |
กรรมการ |
|
| 3.
นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีวิชัยกุล |
กรรมการ |
|
การดำรงตำแหน่งกรรมการของนายกฤติยา วีรบุรุษ ถือว่าสิ้นสุดลง เนื่องจากนายกฤติยา วีรบุรุษ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2553 และคณะอนุกรรมการสรรหา และกำกับดูแลกิจการเห็นสมควรให้ตำแหน่ง กรรมการของนายกฤติยา วีรบุรุษ ว่างลง มีผลให้กรรมการของบริษัท จะมีจำนวนทั้งสิ้น 9 ท่าน
ทั้งนี้ นิยามกรรมการอิสระ บริษัทได้ระบุนิยามกรรมการอิสระ ไว้ในรายงานประจำปี ตามรายละเอียดปรากฏตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 2 หน้า 47- 48 ภายในหัวข้อเรื่อง การจัดการและการกำกับดูแลกิจการที่ดี และรายละเอียดเกี่ยวกับอายุ สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท วุฒิการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และประวัติการเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งการมีส่วนร่วมสร้างประโยชน์ ให้บริษัทของกรรมการแต่ละท่าน ปรากฎตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 4
7.2 พิจารณากำหนดอำนาจกรรมการกระทำการแทนบริษัท
ความเป็นมา เนื่องจากได้มีการเลือกตั้งกรรมการตามวาระ 7.1 จึงเห็นสมควรกำหนดกรรมการ ที่มีอำนาจกระทำการ แทนบริษัทไว้ดังนี้
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีวิชัยกุล นายธนฑิต เจริญจันทร์ นายหว่อง ทุน เคง อลัน สองในสี่คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาโดยรอบคอบ และเห็นสมควรเสนอให้ กำหนดอำนาจกรรมการไว้ดังนี้
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีวิชัยกุล นายธนฑิต เจริญจันทร์ นายหว่อง ทุน เคง อลัน สองในสี่คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท
|
วาระที่ 8 |
พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2553
ความเป็นมา
ตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 17 ซึ่งกำหนดให้กรรมการบริษัทได้รับค่าตอบแทน จากบริษัทตามที่ที่ประชุม ผู้ถือหุ้นกำหนด คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนของบริษัท ได้พิจารณาและกลั่นกรอง รายละเอียดและความเหมาะสมของค่าตอบแทนกรรมการ โดยเปรียบเทียบอ้างอิงได้จากอุตสาหกรรมเดียวกัน และภาวะการเติบโตของผลกำไรของบริษัทแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุค่าตอบแทนกรรมการไว้ในรายงานประจำปี รายละเอียดปรากฏตาม สิ่งที่ส่งมา ด้วย 2 หน้า 54 ภายใต้หัวข้อเรื่อง การจัดการและการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท
เห็นสมควรให้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2553 ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน เนื่องจากเงื่อนไขการจ่าย และอัตราใกล้เคียงกับปี 2552 จึงเห็นควรกำหนดค่าตอบแทนกรรมการภายในวงเงินไม่เกิน 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน) ซึ่งเท่ากับปี 2552 โดยค่าตอบแทนจะประกอบด้วย ค่าตอบแทนรายเดือน ค่าตอบแทนประจำปี และค่าเบี้ยประชุมกรรมการ ดังนี้
- กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หรือเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จะไม่ได้รับค่าตอบแทน ในฐานะกรรมการบริษัท
- ประธานกรรมการบริษัท จะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน และมิได้รับค่าเบี้ยประชุมใดๆ
- ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ให้กรรมการอิสระ หรือกรรมการบุคคลภายนอก ได้รับเบี้ยประชุมครั้งละ 25,000 บาท ( เท่ากับในปี 2552)
- ในกรณีที่กรรมการอิสระ หรือกรรมการบุคคลภายนอกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในคณะอนุกรรมการ ให้ได้รับค่าเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการครั้งละ 25,000 บาท และสำหรับกรรมการที่ดำรงตำแหน่งประธาน คณะอนุกรรมการ ให้ได้รับค่าเบี้ยประชุมครั้งละ 30,000 บาท ( เท่ากับในปี 2552)
ตารางสรุปเปรียบเทียบค่าตอบแทนกรรมการ
| |
ปี 2553 (ปีที่เสนอ) |
ปี 2552 |
|
รายเดือน / เบี้ยประชุม |
โบนัส |
รายเดือน / เบี้ยประชุม |
โบนัส |
1. ค่าตอบแทนรายเดือน |
|
|
|
|
| คณะกรรมการบริษัท |
|
|
|
|
ประธานกรรมการ |
120,000 บาท / เดือน |
/ |
70,000 บาท / เดือน |
/ |
| 2. ค่าเบี้ยประชุม |
|
|
|
|
| คณะกรรมการบริษัท |
|
|
|
|
กรรมการ |
25,000 บาท / คน / ครั้งการประชุม |
/ |
25,000 บาท / คน / ครั้งการประชุม |
/ |
| คณะอนุกรรมการ |
|
|
|
|
ประธาน |
30,000 บาท / คน / ครั้งการประชุม |
/ |
30,000 บาท / คน / ครั้งการประชุม |
/ |
กรรมการ |
25,000 บาท / คน / ครั้งการประชุม |
/ |
25,000 บาท / คน / ครั้งการประชุม |
/ |
|
วาระที่ 9 |
พิจารณาอนุมัติลดทุนจดทะเบียนของบริษัท
ความเป็นมา เดิมบริษัทได้ทำการสำรองหุ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิที่
จะซื้อหุ้นตามโครงการ ESOP Warrant Grant I จำนวน 5,678,038 หุ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวสิ้นสุด
ระยะเวลาการใช้สิทธิลง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 โดยไม่มีผู้ใช้สิทธิ บริษัทจึงจำเป็นต้องยกเลิก
หุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามโครงการ ESOP Grant I ตามจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้เป็นไปตาม
มาตรา 140 พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด โดยการลดหุ้นจดทะเบียนและทุนจดทะเบียนลงดังนี้
ลดหุ้นจดทะเบียนลงจำนวน 5,678,038 หุ้น จาก 674,542,474 หุ้น เป็น 668,864,436 หุ้น
ลดทุนจดทะเบียนลงจำนวน 1,419,509.50 บาท จาก 168,635,618.50 บาท เป็น 167,216,109 บาท
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการลดทุนจดทะเบียน จาก 168,635,618.50 บาท เป็น 167,216,109 บาท โดยการลดหุ้นจดทะเบียนจำนวน 5,678,038 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 140 พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด เนื่องจากใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญตามโครงการ ESOP Warrant Grant 1 หมดอายุลง
อนึ่ง ข้อบังคับของบริษัทได้กำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงอนุมัติลดทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยการใช้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
|
วาระที่ 10 |
พิจารณาอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 เกี่ยวกับทุนจดทะเบียนของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียน
ความเป็นมา ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนในวาระที่ 9 จาก 168,635,618.50 บาท เป็น 167,216,109 บาท จึงจำเป็นต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุน จดทะเบียนของบริษัท
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท
เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการแก้ไขหนังสือ บริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท เป็นดังนี้
ข้อ 4
ทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 167,216,109 บาท
| แบ่งออกเป็น |
หุ้นสามัญ จำนวน |
668,864,436 หุ้น |
| |
หุ้นบุริมสิทธิ |
-ไม่มี- |
| มูลค่าหุ้นละ |
|
0.25 บาท |
อนึ่ง ข้อบังคับของบริษัทได้กำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ โดยการใช้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
|
วาระที่ 11 |
พิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
ความเป็นมา ตามที่ในหนังสือชี้ชวน และแบบแสดงข้อมูลการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิฯ ได้ กำหนดให้มีการรักษาสิทธิของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทตามโครงการ ESOP มิให้ด้อยไปกว่าเดิมในกรณีที่บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเกินกว่า 50% ของกำไรสุทธินั้นในปี 2552
บริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ จึงส่งผลให้บริษัท ต้องทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวนทั้งสิ้น 2,750,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิฯ หลังการปรับราคาการใช้สิทธิ และอัตราการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิฯ โดยเพิ่มหุ้นจดทะเบียน และทุนจดทะเบียนขึ้น ดังนี้
เพิ่มหุ้นจดทะเบียนขึ้น 2,750,000 หุ้น จาก 668,864,436 หุ้น เป็น 671,614,436 หุ้น
เพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้น 687,500 บาท จาก 167,216,109 บาท เป็น 167,903,609 บาท
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการเพิ่มทุน จดทะเบียนของบริษัท จากเดิม 167,216,109 บาท เป็น 167,903,609 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2,750,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ โดยมีรายละเอียดตาม สิ่งที่ส่งมาด้วย 5
อนึ่ง ข้อบังคับของบริษัทได้กำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท โดยการใช้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
|
| วาระที่ 12 |
พิจารณาอนุมัติแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 4 เกี่ยวกับทุนจดทะเบียนของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียน
ความเป็นมา ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนในวาระที่ 11 จาก 167,216,109 บาท เป็น 167,903,609 บาท มูลค่าหุ้นละ 0.25 บาท จึงจำเป็นต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ของบริษัท ข้อ 4 เพื่อให้สอดคล้องกับ การเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท เป็นดังนี้
ข้อ 4 . ทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 167,903,609 บาท
| แบ่งออกเป็น |
หุ้นสามัญ จำนวน |
671,614,436 หุ้น |
| |
หุ้นบุริมสิทธิ |
-ไม่มี- |
| มูลค่าหุ้นละ |
|
0.25 บาท |
อนึ่ง ข้อบังคับของบริษัทได้กำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงอนุมัติการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ โดยการใช้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
|
| วาระที่ 13 |
พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญที่ออกใหม่ในการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท
ความเป็นมา ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 687,500 บาท แบ่งออกเป็น 2,750,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 0.25 บาท บริษัทใคร่ขออนุมัติจัดสรรหุ้นจำนวนดังกล่าว สำรองไว้เพื่อรองรับ การใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิฯ ตามโครงการ ESOP ครั้งที่ 2 ถึง 5
ความเห็นคณะกรรมการบริษัท-เห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติให้จัดสรรหุ้นสามัญที่ออกใหม่จำนวน 2,750,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามโครงการ ESOP ครั้งที่ 2 ถึง 5 เนื่องจากเข้าเงื่อนไขการปรับสิทธิเพื่อรักษาสิทธิ ของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ให้ด้อยไปกว่าเดิมตามที่ระบุไว้ ในหนังสือชี้ชวน และแบบรายงานการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ที่ได้ยื่นไว้ต่อตลาดหลักทรัพย์แล้ว โดยมีรายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 5
|
| วาระที่ 14 |
เรื่องอื่นๆ ( ถ้ามี)
ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดรายชื่อผู้ที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 9 มีนาคม 2553 และให้รวบรวมรายชื่อ ตามมาตรา 225 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 10 มีนาคม 2553
จึงขอเรียนเชิญท่านผู้ถือหุ้นโปรดเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 ในวันพุธที่ 7 เมษายน 2553 เวลา 10.00 น. ณ ห้อง Auditorium ชั้น 9 อาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 เลขที่ 1010 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร โดยบริษัทจะเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นตั้งแต่เวลา 8.00 น.
หากท่านผู้ถือหุ้นมีคำถามเกี่ยวกับวาระการประชุมข้างต้น ท่านผู้ถือหุ้นสามารถส่งคำถามเป็นการล่วงหน้ามายังเลขานุการบริษัท ได้ที่ corpsec@csloxinfo.net หรือ แฟ็กซ์หมายเลข 02 268 8011
อนึ่ง เพื่อความสะดวกหากผู้ถือหุ้นท่านใดประสงค์จะแต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน ในการประชุมครั้งนี้ โปรดกรอกรายละเอียดและลงนามในหนังสือมอบฉันทะแบบ ข ที่แนบมา ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 7 หรือสามารถ Download หนังสือมอบฉันทะแบบ ก หรือ แบบ ข หรือ แบบ ค ได้จาก www.csloxinfo.com (แบบ ค ใช้เฉพาะกรณีผู้ถือหุ้น เป็นนักลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้ Custodian ในประเทศไทยเป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้น) ทั้งนี้ โปรดเลือกใช้ หนังสือมอบฉันทะ แบบใดแบบหนึ่งตามที่ระบุไว้เท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2553 ท่านสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระ ของบริษัท ตามรายละเอียดซึ่งแนบกับหนังสือมอบฉันทะ (สิ่งที่ส่งมาด้วย 6 - 9) เพื่อเข้าร่วมประชุม และออกเสียงลงคะแนนในนามของผู้ถือหุ้นได้
|
|
โดยคำสั่งคณะกรรมการ
(ศ.นพ.วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา)
ประธานกรรมการ
บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)
|
|
|
|
|