l 
  
   Home » Investor
Investor
.........................................................................................................................................................................................
Corporate Governance

           

บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
(Good Corporate Governance Policy)

            บริษัทมีความเชื่อมั่นว่า   การกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ประกอบไปด้วย  ระบบการบริหารจัดการที่ดี  การมีคณะกรรมการและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่   มีกลไกการควบคุมและการถ่วงดุลอำนาจเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้   การเคารพในสิทธิความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น   และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในระยะยาว 

            บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการและได้เริ่มถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2547 และได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยเป็นประจำทุกปี   การปรับปรุงนี้เป็นครั้งที่ 6 คณะกรรมการได้พิจารณาปรับปรุงเพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้มีมาตรฐานสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลที่ดีและตามที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแลนโยบายฯ ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้ 

            1.คณะกรรมการบริษัท
            2.สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น และบทบาทต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
            3.การเปิดเผยสารสนเทศและความโปร่งใส
            4.การควบคุมและบริหารความเสี่ยง
            5.จรรยาบรรณ

ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2556   เป็นต้นไป

 

(ศ.นพ. วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา)
ประธานกรรมการ                  
บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)

หมวดที่ 1
คณะกรรมการบริษัท

1. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

            คณะกรรมการมีความมุ่งมั่นที่จะให้  บริษัท ซีเอส  ล็อกซอินโฟ  จำกัด (มหาชน)  ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นองค์กรชั้นนำของคนไทย  ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบริษัทหนึ่งในประเทศไทย   ดำเนินธุรกิจที่มีความหลากหลาย ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย   ด้วยการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งและด้วยบุคลากรที่ล้วนแต่มีความสามารถและมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ และกลยุทธ์

            คณะกรรมการมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์  มีความอิสระในการตัดสินใจและรับผิดชอบตามหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม

            คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและระมัดระวัง  กรรมการต้องกระทำเยี่ยงวิญญูชนที่ผู้ประกอบธุรกิจเช่นนั้นจะพึงกระทำภายใต้สถานการณ์อย่างเดียวกัน

            คณะกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะกำกับดูแลการบริหารงาน ของฝ่ายบริหาร และมีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจน

2. องค์ประกอบของคณะกรรมการการแต่งตั้งและความเป็นอิสระ

2.1 คณะกรรมการบริษัทควรประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ   ที่มีประสบการณ์หลากหลายในสาขาต่างๆ  และมีจำนวนกรรมการอย่างเพียงพอที่จะกำกับดูแลธุรกิจของบริษัท  กล่าวคือควรมีจำนวนกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า  5   คนตามกฎหมายและไม่เกิน 12 คน   โดยอย่างน้อยหนึ่งคนให้เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านกิจการโทรคมนาคมและอย่างน้อยหนึ่งคนมีประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน
2.2 คณะกรรมการควรเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดโดยรวม   มิใช่เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
2.3 คณะกรรมการ  ให้ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระอย่างน้อยหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ และมีจำนวนอย่างน้อย  3 คน   และมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งคณะ   เพื่อให้มีการถ่วงดุลระหว่างกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารกับกรรมการที่เป็นผู้บริหาร
2.4 คณะกรรมการมีนโยบายให้มีจำนวนกรรมการให้เป็นไปตามสัดส่วนอย่างยุติธรรมของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม (Controlling shareholders) ในบริษัท
2.5 การแต่งตั้งกรรมการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัท และข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน  ในการสรรหากรรมการให้ดำเนินการผ่านกระบวนการคณะอนุกรรมการสรรหาและกำกับดูแลกิจการ  และการพิจารณาจะต้องมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์การประกอบวิชาชีพของบุคคลนั้นๆ โดยมีรายละเอียดที่เพียงพอ  เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น
2.6 กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท   กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง  ตามวาระอาจถูกเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่อีกได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง   ยกเว้นกรรมการอิสระให้มีวาระการดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระหรือไม่เกิน 9 ปี    อย่างไรก็ดี  หากเพื่อประโยชน์ของบริษัท  ให้คณะกรรมการบริษัทสามารถพิจารณาขยายวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระออกไปได้  แต่ไม่เกิน 3 ปี

3. ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร

3.1

ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และคุณสมบัติที่เหมาะสม ไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจ โดยแยกหน้าที่การกำกับดูแล และการบริหารงานออกจากกัน

3.2 ประธานกรรมการบริษัทเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร   เป็นผู้นำของคณะกรรมการ และมีหน้าที่ในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ และการประชุมผู้ถือหุ้น
3.3 ประธานกรรมการบริหาร เป็นหัวหน้าและผู้นำคณะผู้บริหารของบริษัท รับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลผู้บริหารของบริษัทในการบริหารจัดการ เพื่อให้บรรลุตามแผนที่วางไว้

4. คุณสมบัติของคณะกรรมการ

4.1 กรรมการต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และมีเวลาอย่างเพียงพอที่จะอุทิศความรู้ ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทได้
4.2 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด  และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
4.3 กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนได้ไม่เกิน 5 แห่ง  แต่ทั้งนี้ในการเป็นกรรมการดังกล่าวต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของบริษัท และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
4.4 กรรมการอิสระ ต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามแนวทางเดียวกันกับคุณสมบัติของกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ  ตามแนวข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน   สำนักงานกลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายได้เท่าเทียมกัน  และไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นอกจากนั้นยังต้องสามารถเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระได้
...กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
4.4.1 ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
4.4.2 ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง
4.4.3 ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน หรือที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง
4.4.4 เป็นกรรมการที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นตัวแทนเพื่อรักษาผลประโยชน์ ของกรรมการบริษัท    ผู้ถือหุ้นรายใหญ่  หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
4.4.5 สามารถปฏิบัติหน้าที่แสดงความเห็นหรือรายงานผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท   รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือญาติสนิทของบุคคลดังกล่าว
4.4.6 อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท บริษัทใหญ่   บริษัทย่อย   บริษัทร่วม   บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน   หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง   โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะ (Collective decision) ได้
4.4.7 เป็นกรรมการที่ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ผลประโยชน์ หรือส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมทั้งในด้านการเงินและการบริหารงานของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง
ความสัมพันธ์ทางธุรกิจดังกล่าว รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบกิจการ  การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการหรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน  ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม  ค้ำประกัน  การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน  รวมถึงพฤติการณ์อื่นๆทำนองเดียวกัน  ซึ่งเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตหรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่งตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของผู้ขออนุญาตหรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป  แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า  ทั้งนี้ การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการเกี่ยวโยงกัน  โดยอนุโลมแต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว  ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน
4.4.8 เป็นกรรมการที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่  กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ  ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี  ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท  บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งสังกัดอยู่  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง
4.4.9 เป็นกรรมการที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือที่ปรึกษาทางการเงิน   ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท   บริษัทใหญ่   บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล   ให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่   กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมากรอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย  เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง 
4.4.10 กรณีมีเหตุจำเป็นและสมควร  ซึ่งมิได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง  กรรมการอิสระอาจมีความสัมพันธ์เกินระดับนัยสำคัญที่กำหนดในระหว่างดำรงตำแหน่งได้  แต่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อน และมติที่ได้ต้องเป็นมติเป็นเอกฉันท์  และบริษัทจะเปิดเผยความสัมพันธ์ดังกล่าวของกรรมการรายนั้นตามที่กฎหมายกำหนด

5. หน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญของคณะกรรมการ

5.1 ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย  วัตถุประสงค์  และข้อบังคับของบริษัทตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์  สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
5.2 กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย และทิศทางการดำเนินงานของบริษัทและกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่บริษัทและผู้ถือหุ้น
5.3 พิจารณาอนุมัติหรือเสนอต่อผู้ถือหุ้น(ถ้ามี)รายการที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อย เช่น โครงการลงทุนธุรกิจใหม่, การซื้อขายทรัพย์สิน ฯลฯ  และการ ดำเนินการใดๆ ที่กฎหมายกำหนด
5.4

พิจารณาอนุมัติและหรือให้ความเห็นชอบต่อรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทและบริษัทย่อยให้เป็นไป ตามประกาศ ข้อกำหนด และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

5.5

จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงินและการสอบบัญชีที่เชื่อถือได้ รวมทั้งดูแลให้มีกระบวนการในการประเมินความเหมาะสมของการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล การบริหารจัดการความเสี่ยง การรายงานทางการเงินและการติดตามผล

5.6

ดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท และอนุมัติรายการที่เกี่ยวข้องและรายการขัดแย้งทางผลประโยชน์

5.7

กำกับดูแลกิจการให้มีการปฏิบัติงานและดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและมีจริยธรรม

5.8

ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

5.9 การประเมินผลงานของคณะกรรมการทั้งชุดประจำทุกปี
5.10

คณะกรรมการอาจแต่งตั้งบุคคลอื่นใด ให้ดำเนินกิจการของบริษัทภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ หรืออาจมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลดังกล่าวมีอำนาจตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรและภายในเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร  และคณะกรรมการอาจยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขอำนาจนั้นๆ ก็ได้ ทั้งนี้   การมอบอำนาจดังกล่าว  ต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจหรือมอบอำนาจช่วงที่ทำให้คณะกรรมการหรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการ สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใด (ตามที่สำนักงาน กลต. ประกาศกำหนด) ทำกับบริษัท หรือบริษัทย่อย ยกเว้นเป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบาย และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติไว้แล้ว

5.11

คณะกรรมการกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่ต้องจัดทำ และส่งรายงานการถือหลักทรัพย์ของตน ของคู่สมรส และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะในบริษัทมหาชนจำกัดที่ตนเป็นผู้บริหารนั้นต่อสำนักงาน กลต. ตามแบบ 59-1 และแบบ 59-2 ภายในเวลาที่กำหนดตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สจ. 12/2552

6. การจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย

ให้มีคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อทำหน้าที่ศึกษาและกลั่นกรองงานของคณะกรรมการ ดังนี้
6.1 คณะกรรมการตรวจสอบ
   
  คณะกรรมการตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ โดยได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท  มีจำนวนอย่างน้อย  3 คน   และอย่างน้อย 1 คน  ต้องมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้   โดยกรรมการตรวจสอบต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามแนวทางเดียวกันกับคุณสมบัติของกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ ตามแนวข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงานกลต. และประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  และมีคุณสมบัติของการเป็นกรรมการอิสระตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการฉบับที่เป็นปัจจุบัน โดยมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 
   
6.1.1 สอบทานร่วมกับฝ่ายจัดการ และผู้สอบบัญชี ให้บริษัทมีรายงานทางการเงินถูกต้องตามควร ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
6.1.2

เสนอความเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชี และการกำหนดอำนาจอนุมัติทาง การเงินของคณะกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ ต่อคณะกรรมการบริษัท

6.1.3 สอบทานให้บริษัท มีระบบการควบคุมภายใน  (Internal  Control)  การตรวจสอบภายใน  (Internal  Audit) และการประเมินการควบคุมด้วยตนเอง (Control Self Assessment) ที่เหมาะสม และมีประสิทธิผล
6.1.4 สอบทานให้บริษัท ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
6.1.5 พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้ง บุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท และเสนอค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนพิจารณาอนุมัติแผนการตรวจสอบของผู้สอบบัญชี และประชุมกับผู้สอบบัญชีภายนอกโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
6.1.6

สอบทาน ความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี และให้ความเห็นต่อนโยบายการว่าจ้างผู้สอบบัญชีให้ให้บริการงานด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ

6.1.7

สอบทานการทำงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัท

6.1.8 สอบทาน และให้ความเห็นต่อการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง   รวมทั้งพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องดังกล่าวให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน
6.1.9 สอบทาน และให้ความเห็นในการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจสอบภายใน และประสานงานกับผู้สอบบัญชี
6.1.10 พิจารณาความเป็นอิสระของสำนักตรวจสอบภายใน ให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้าง และพิจารณาความดีความชอบของหัวหน้าสำนักตรวจสอบภายใน
6.1.11 พิจารณา และอนุมัติกฎบัตรของสำนักตรวจสอบภายใน แผนการตรวจสอบประจำปี งบประมาณ และอัตรากำลังของสำนักตรวจสอบภายใน ตลอดจนความพอเพียงของงานการตรวจสอบภายใน
6.1.12 มีอำนาจให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และความร่วมมือ ตามที่จำเป็นแก่ผู้สอบบัญชี และผู้ตรวจสอบภายใน
6.1.13 รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่างน้อยไตรมาสละ ครั้ง
6.1.14

จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ และแบบ 56-1 ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และจะต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(ก)   ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
(ข)  ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
(ค)  ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
(ง)  ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
(จ)  ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
(ฉ)   จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ  และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
(ช)  ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร
(ซ)  รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

6.1.15

ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบหรือสงสัยว่ามีรายการหรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่ คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร
1)    รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
2)    การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
3)    การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของ ตลท. หรือกฎหมายที่  เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
ทั้งนี้ หากกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด กรรมการตรวจสอบอาจรายงานต่อสำนักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้

6.1.16 พิจารณาทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำทุกปี
6.1.17 สามารถเข้าถึง ติดต่อ และได้รับความร่วมมือจากฝ่ายจัดการ
6.1.18 มีอำนาจเชิญให้ฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท หรือบุคคลภายนอกมาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุม หรือจัดหาเอกสารที่จำเป็น
6.1.19 สามารถเข้าถึงผู้สอบบัญชีของบริษัทได้โดยตรง เพื่อดำเนินการสอบสวนเรื่องที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน
6.1.20 ให้มีอำนาจว่าจ้างที่ปรึกษา หรือบุคคลภายนอกตามระเบียบของบริษัทมาให้ความเห็นหรือคำปรึกษาในกรณีจำเป็น ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัท (ประเภทไม่มีงบประมาณตั้งไว้) ในอำนาจอนุมัติไม่เกินระดับที่กรรมการผู้จัดการสามารถกระทำได้
6.1.21 และปฏิบัติการอื่นใด ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
   
6.2 คณะอนุกรรมการ กำหนดค่าตอบแทน
คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 
   
6.2.1

กำหนดเงินชดเชย และค่าตอบแทนที่เหมาะสมทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงิน เพื่อจูงใจและรักษากรรมการ   กรรมการชุดย่อย  และผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน)

6.2.2 พิจารณาค่าตอบแทนประจำปีสำหรับกรรมการ โดยนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ
6.2.3 จัดทำหลักเกณฑ์และนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามแต่กรณี 
6.2.4 คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัท และมีหน้าที่ให้คำชี้แจง หรือตอบคำถาม เกี่ยวกับค่าตอบแทนของกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
6.2.5 ว่าจ้างที่ปรึกษาหรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความเห็นหรือคำแนะนำตามความจำเป็น และเป็นไปตามระเบียบของบริษัท
6.2.6 พิจารณาทบทวนและประเมินความเพียงพอของกฎบัตร และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท หากจำเป็นต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
6.2.7 รายงานผลการปฏิบัติงานที่สำคัญต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ ตลอดจนประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการบริษัทควรได้รับทราบ
6.2.8 มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น เข้าร่วมประชุมหรือให้ข้อมูล
6.2.9 ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
   
6.3 คณะอนุกรรมการสรรหาและกำกับดูแลกิจการ
คณะอนุกรรมการสรรหาแลกำกับดูแลกิจการประกอบด้วย กรรมการอย่างน้อย 3 ท่าน และอย่างน้อยครึ่งหนึ่งต้องเป็นกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร  โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
 
   
6.3.1 สอบทานเกณฑ์ต่างๆ ร่วมกับคณะกรรมการบริษัทเป็นรายปี เกี่ยวกับคุณสมบัติ คุณลักษณะ หรือ ทักษะที่จำเป็นขั้นต่ำสำหรับการเป็นกรรมการบริษัท ตามที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
6.3.2

สอบทาน และให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับขนาด โครงสร้าง องค์คณะ  ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง กระบวนการทำงาน และ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการต่างๆ ของคณะกรรมการบริษัท

6.3.3 ระบุ ประเมิน และสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็นกรรมการบริษัท
6.3.4 พิจารณาผู้ที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทเสนอชื่อให้เป็นกรรมการบริษัท
6.3.5 ให้คำแนะนำคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการบริษัทที่จะนำเสนอให้ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือจากคณะกรรมการบริษัทเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง หรือเพื่อเป็นกรรมการตามตำแหน่งที่จัดให้มีขึ้นใหม่
6.3.6

ให้คำแนะนำคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ได้รับการแต่งตั้ง
เป็นกรรมการบริหาร กรรมการคณะต่างๆ ของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งประธานคณะกรรมการบริษัท

6.3.7

พิจารณาและเสนอชื่อผู้แทนของบริษัท ในการเข้าเป็นกรรมการในบริษัทย่อย บริษัร่วม และบริษัทร่วมลงทุนของบริษัท

6.3.8
สอบทานมาตรฐานความเป็นอิสระของกรรมการบริษัทเป็นครั้งคราว และเสนอแนะข้อควรปรับปรุงแก้ไขต่างๆ ต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อการพิจารณาอนุมัติ
6.3.9
พิจารณาภาพรวมเกี่ยวกับโครงการปฐมนิเทศกรรมการใหม่
6.3.10 สอบทาน และให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับกระบวนการให้การศึกษาต่อเนื่องของบริษัทแก่คณะกรรมการบริษัท
6.3.11 ให้ดำเนินการว่าจ้างที่ปรึกษา หรือบุคคลที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้ความคิดเห็น หรือคำแนะนำ ในกรณีที่จำเป็น ตามกฎ ระเบียบของบริษัท
6.3.12 พิจารณาในภาพรวม เกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นรายปีของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการแต่ละคณะของคณะกรรมการบริษัท (หมายรวมถึง การสอบทานผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการนี้เองด้วย) ตลอดจนกรรมการเป็นรายบุคคล สอบทานผลประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการแต่ละคณะ  และรายงานผลการประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ คณะกรรมการนี้ และกรรมการเป็นรายบุคคล ตามความเหมาะสม ต่อคณะกรรมการบริษัท
6.3.13 สอบทานนโยบายกำกับดูแลกิจการของบริษัท และเสนอแนะข้อควรปรับปรุงแก้ไขต่างๆ เพื่อการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท เป็นครั้งคราว
6.3.14 สอบทาน และให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับการยกเว้นการถือปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณของกรรมการ หรือผู้บริหาร ที่อาจมีขึ้น
6.3.15 ประเมินศักยภาพของผู้ที่น่าจะได้รับการสืบทอดตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของบริษัท และตำแหน่งอื่นๆ โดยทำการปรึกษาร่วมกับประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท และรายงานแผนการสืบทอดตำแหน่งนั้นต่อคณะกรรมการบริษัท เป็นรายปี
6.3.16 สอบทาน และประเมินความเพียงพอของกฎบัตรนี้ เป็นรายปี และให้การเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขต่างๆ ต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อการพิจารณาอนุมัติ
6.3.17 รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ ในประเด็นที่อยู่ในกรอบความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ตลอดจนประเด็นพิเศษต่างๆ ที่ควรได้รับความสนใจจากคณะกรรมการบริษัท
6.3.18 ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามความจำเป็น หรือตามความเหมาะสม เพื่อคงไว้ซึ่งความสามารถในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผลของคณะกรรมการบริษัท การกำกับดูแลกิจการอย่างมีคุณภาพสูง ตลอดจนการปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ และหลักจริยธรรมอย่างมีประสิทธิผล หรือตามที่คณะกรรมการบริษัทอาจมอบหมายให้ตามแต่ละกรณี

7. คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยประธานกรรมการบริหาร กรรมการหรือผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามที่คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งคณะกรรมการมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการบริหาร ดังนี้
7.1 กำหนดนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ และโครงสร้างการบริหารงานหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่กำหนดให้สอดคล้องและสนับสนุนต่อสภาพทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่ได้กำหนดและแถลงไว้ต่อผู้ถือหุ้น เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ
7.2

กำหนดแผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจการบริหารต่างๆ ของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบ

7.3

ตรวจสอบ ติดตามการดำเนินนโยบาย และแนวทางการบริหารงานด้านต่างๆ ของบริษัท ที่กำหนด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อสภาพการดำเนินธุรกิจ

7.4

ตรวจสอบติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทที่กำหนด ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับอนุมัติไว้

7.5

พิจารณาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทที่กำหนด

7.6

มีอำนาจในการอนุมัติการดำเนินงานทางการเงิน  ในวงเงินไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด  โดยที่คณะกรรมการบริหาร อาจมอบอำนาจช่วงให้ผู้บริหารหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีอำนาจในการดำเนินการในเรื่องใดเรื่องเรื่องหนึ่งหรือหลายเรื่องตามที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควรได้ การอนุมัติรายการของคณะกรรมการบริหารและหรือการมอบอำนาจช่วง ต้องไม่เป็นการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่คณะกรรมการมีส่วนได้เสีย ตามที่กำหนดในข้อบังคับของบริษัทและตามที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแล       

7.7

จัดส่งรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทและให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกเดือน

7.8

ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายเป็นคราวๆ ไป

8. การประชุมคณะกรรมการ

            คณะกรรมการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี   โดยกำหนดวันประชุมไว้ล่วงหน้าตลอดทั้งปี   และอาจมีการประชุมวาระพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น      ในการจัดประชุมคณะกรรมการ ประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหารจะเป็นผู้ดูแลให้ความเห็นชอบกำหนดวาระการประชุม  เลขานุการคณะกรรมการบริษัททำหน้าที่จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุมไปให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษามาก่อนล่วงหน้า

           ประธานกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุมมีหน้าที่ดูแลและจัดสรรเวลาแต่ละวาระให้อย่างเพียงพอ สำหรับกรรมการที่จะอภิปราย แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระในประเด็นที่สำคัญโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม      รวมทั้งให้ฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องนำเสนอข้อมูลประกอบการอภิปรายปัญหาสำคัญ

            เลขานุการบริษัททำหน้าที่ในการจดบันทึกและจัดทำรายงานการประชุมภายใน  14  วันนับจากวันประชุม  ทั้งนี้เลขานุการบริษัทยังทำหน้าที่ในการจัดทำและเก็บรักษา  หนังสือนัดประชุม  รายงานการประชุมทั้งการประชุมคณะกรรมการบริษัท  ประชุมผู้ถือหุ้น  และรายงานประจำปีอีกด้วย   และดูแลงานเอกสารของกรรมการต่างๆ เช่น ทะเบียนกรรมการ  รายงานการมีส่วนได้เสีย   พร้อมทั้งสนับสนุนติดตามให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น  รวมทั้งประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องและดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

9. การประชุมคณะกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร

            คณะกรรมการกำหนดให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีการประชุมกันเองตามความเหมาะสม โดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารหรือฝ่ายบริหารเข้าร่วมการประชุม   เพื่อเปิดโอกาสให้อภิปรายปัญหาต่างๆ ทั้งที่ เกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ   เรื่องที่อยู่ในความสนใจและให้มีการรายงานผลการประชุมให้ประธานกรรมการบริหาร และคณะกรรมการทราบ

            ในการประชุมให้ประธานกรรมการเป็นประธานของการประชุม     หากประธานกรรมการไม่สามารถเข้าร่วมการประชุมได้ให้ที่ประชุมคัดเลือกกรรมการหนึ่งท่าน เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมแทน   และให้เลขานุการบริษัทเป็นเลขานุการของการประชุมของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

10. แผนการสืบทอดตำแหน่ง

            คณะกรรมการกำหนดให้มีแผนการสืบทอดตำแหน่งของประธานกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับสูงของบริษัท   ทั้งนี้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน องค์กร  ตลอดจนพนักงานว่าการดำเนินงานของบริษัทจะได้รับ การสานต่ออย่างทันท่วงที

            คณะกรรมการมอบหมายให้คณะอนุกรรมการสรรหาและกำกับดูแลกิจการทำหน้าที่พิจารณากำหนด หลักเกณฑ์และแผนการสืบทอดตำแหน่ง   หากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับสูงว่างลง    รวมทั้งจัดให้มีการทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่งเป็นประจำทุกปี     และให้ประธานกรรมการบริหารรายงานให้คณะกรรมการเพื่อทราบเป็นประจำถึงแผนการพัฒนาและสืบทอดตำแหน่งงาน

11. การติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร

            กรรมการสามารถเข้าถึงและติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหารและเลขานุการบริษัทได้โดย ตรงตามความเหมาะสม   แต่การเข้าถึงและติดต่อสื่อสารนั้นต้องไม่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงต่อ   การดำเนินธุรกิจปกติของบริษัท

12. ค่าตอบแทนของกรรมการ

           ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจะสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และเมื่อเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับอุตสาหกรรมเดียวกันแล้ว   ค่าตอบแทนดังกล่าวควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเพียงพอที่จะจูงใจและรักษากรรมการที่มีคุณภาพไว้   ทั้งนี้  ให้คณะอนุกรรมการกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองและเสนอค่าตอบแทนของกรรมการในแต่ละปี เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทและ ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ   

13. การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

            กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่แต่ละท่านจะต้องได้รับทราบข้อมูลของบริษัท  กฎระเบียบและข้อมูลธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่  และจัดให้กรรมการได้รับการอบรมและพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง  เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่และกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

14. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

            ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการ (Self Assessment) เป็นประจำทุกปี   เพื่อใช้เป็นกรอบในการตรวจสอบการปฏิบัติงานในหน้าที่ของคณะกรรมการ   ว่าได้ดำเนินการตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ได้อนุมัติไว้    และ / หรือตามแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practices) หรือไม่ เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ   ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนดไว้
หมวดที่ 1 : คณะกรรมการบริษัท


รายงานประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2556
@CS LOXINFO Magazine
ผ่าน AIS BookStore, B2S
e-Book Store
 
App CSL MRTG (iOS)


CS LOXINFO Solutions Summit 2013
ข่าว ซีเอส ล็อกซ สลัดภาพ ไอเอสพี ปรับโฟกัสบุกไอซีที ครบวงจร
ความรับผิดชอบต่อสังคม


Open Idea by CSLOXINFO
DiGi VDO Khowledge


support@csloxinfo.com

สะดวก ประหยัดเวลา ซื้อสินค้า ผ่านช่องทาง Shop Online